ชากัญชา

รวบรวมกฎหมายกัญชาน่ารู้ภายในประเทศไทย

กัญชานั้นถือว่าเป็นพืชที่ถูกจัดให้อยู่ในสารจำพวกยาเสพย์ติดถูกควบคุมครั้งแรกและตราขึ้นเป็นกฎหมายกัญชาในปี พ.ศ.2522 ซึ่งคนไทยทุกคนเข้าใจว่ากัญชานั้นถือว่าเป็นพืชที่อันตรายและไม่ดีโดยปราศจากความเข้าใจว่าพืชดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นพืชที่ให้ประโยชน์ต่างๆได้อีกมากนั้นเอง กฎหมายกัญชาถูกพิจารณาใหม่อีกครั้งที่ปี พ.ศ.2563 ในวันที่ 15 ธันวาคม โดยในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเริ่มมีผู้คนออกมารณรงค์และต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากสมุนไพรดังกล่าวเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังมีผู้ถูกจับกุมเป็นจำนวนมากและมีคนไทยหลายรายที่เริ่มต้นปลูกต้นกัญชากัน โดยระยะหลังๆนั้นตามความเข้าใจของผู้คนมองว่าฤทธิ์ของการออกสารของกัญชานั้นไม่อันตรายและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อีกทั้งผู้คนในหลายๆพื้นที่นำออกมาใช้งานกันอย่างเป็นประจำจนถูกนำมาพิจารณาและต้องการออกกฎหมายกัญชาฉบับใหม่นั้นเองโดยการออกมาถกถึงปัญหาดังกล่าวนั้นได้เปิดใจยินยอมให้กัญชานั้นเป็นสมุนไพรถูกกฏหมายแต่ช่อดอก และเมล็ดนั้นยังเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายในประเทศไทยอยู่ เนื่องจากต้องการควบคุมมิให้ประชาชนปลูกต้นกัญชาหรือเพาะพันธุ์ได้อย่างเสรีนั้นเอง กฎหมายกัญชาในปีพ.ศ2564  ได้ออกมาว่ากัญชานั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ในวงการแพทย์ได้ โดยการออกฏหมายข้อนี้นั้นช่วยในการรักษาโรคต่างๆในผู้ป่วยได้หลากหลายโรคเลทีเดียว อีกทั้งกฎหมายกัญชา ในปี พ.ศ.2564 นั้นออกมาชัดเจนมิให้เสพย์กัญชาเพื่อความเคลิบเคลิ้มได้นั้นเอง เพราะตัวยาที่ว่านั้นไม่มีสารที่ก่อเกิดให้ผู้ใช้ยานั้นเกิดอาการเมา หรือออกฤทธิ์ทางยาเสพย์ติดนั้นเอง จากกฎหมายกัญชา ทำให้ประชาชนค่อนข้างลงความคิดเห็นว่ารัฐบาลนั้นค่อนข้างเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายผลิตและนายทุนรายใหญ่เนื่องจากการผูกขาดในการเพาะพันธุ์และจัดจำหน่าย โดยนโยบายเดิมที่เคยตั้งไว้นั้นประชาชนสามารถมีกัญชาไว้ครอบครองในตัวบ้านได้นั้นถูกลดบทบาทลงไป และอนุญาติให้เพียงเจ้านายที่รัฐทางการแพย์หรือบริษัทที่ได้รับการอนุญาติเท่านั้นที่สามารถจัดจำหน่ายและเพาะพันธุ์พืชดังกล่าวได้ นั้นทำให้กฎหมายกัญชาฉบับใหม่นี้มีช่องโหว่และสามารถกำหนดราคาของเจ้าตัวสมุนไพรดังกล่าวนี้ได้อย่างไม่จำกัด โดยหากประชาชนสามารถเพาะปลูกเองได้ก็จะสามารถลดต้นทุนของราคาพืชสมุนไพรชนิดนี้ได้อย่างมากนั้นเอง ทั้งนี้นั้นปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าในปัจจุบัน นั้นได้มีการนำเรื่องกฎหมายกัญชามาใช้ในการอ้างอิงและชูเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงจากกลุ่มผู้คนเสรีที่ชื่นชอบในการใช้งานเจ้าสมุนไพรดังกล่าว โดยการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้นกลุ่มผู้ใช้กฏหมายดังกล่าวนั้นค่อนข้างได้คะแนนเสียงที่มากและชนะการเลือกตั้งไปแล้วก็มี นั้นแสดงให้เห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ๆในประเทศไทยของเรานั้นค่อนข้างให้ความเห็นชอบและต้องการใช้งานสมุนไพรดังกล่าวนี้เป็นจำนวนมากนั้นเอง ซึ่งจากกระแสของสังคมในช่วงยุคใหม่นี้ค่อนข้างให้การยอมรับและมีการเปิดเผยถึงวิธีการใช้งานกันในสังคมอย่างแพร่หลายอย่างมาก ในอนาคตและการคาดการณ์ กฎหมายกัญชาสำหรับในอนาคตนั้นมีแนวโน้มว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งใหญ่ในสังคม เนื่องจากผู้คนยังคงเรียกร้องให้มีการใช้งานสมุนไพรดังกล่าวอย่างกว้างขวางอย่างมากและมีการประยุกต์ใช้งานสมุนรไพรดังกล่าวนี้ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำเพื่อการค้าในลักษณะของร้านอาหาร ซึ่งในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นกระแสสังคมอันดับต้นๆของประเทศไทยเลยก็ว่าได้และมีเด็กและเยาวชนเป็นจำนวนมากที่ค่อนข้างอยากมีการทดลองใช้งานเจ้าสมุนไพรดังกล่าวที่ว่านี้อีกด้วย ในปัจจุบันนั้นการมีกัญชาไว้ในการครอบครอง โดย กฎหมายกัญชายังมีโทษทางกฏหมายอยู่โดย หากมีไว้เพื่อจำหน่ายนั้นอาจมีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปีเลยทีเดียว อีกทั้งยังสามารถจับปรับได้ 200,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท  หรือหากมีไว้เพื่อครอบครองเสพย์นั้นมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 …

รวบรวมกฎหมายกัญชาน่ารู้ภายในประเทศไทย Read More »

รอบรู้เกี่ยวกับการปลูกกัญชาในประเทศไทย

เพื่อนๆทราบหรือไม่ว่าในปัจจุบันนี้เราสามารถปลูกกัญชาในประเทศไทยได้แล้วโดยขั้นตอนวิธีการนั้นจำเป็นต้องรวมตัวกัน 7 คนขึ้นไปเพื่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเสียก่อน หลังจากนั้นให้ทำการติดต่อกับโรงพยาบาลเพื่อขอรับสัญญาในการปลูกกัญชา โดยเพื่อนๆจะได้รับต้นกัญชามาจำนวน 6 ต้นต่อครัวเรือนเท่านั้น ว่ากันง่ายๆคือได้รับคนละ 6 ต้น และมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่คือห้ามเสพหรือปลูกเพื่อใช้ในทางด้านยาเสพติดเด็ดขาด  เช่นช่อ ดอก ใบที่ติดช่อดอก ห้ามนำไปประกอบกิจกรรมใดๆก็ตามที่อาจก่อให้เกิดการมึนเมานั้นเองครับ ปลูกกัญชาแบบถูกกฏหมาย หลายๆคนอาจเคยใฝ่ฝันที่จะต้องการใช้งานสมุนไพรชนิดนี้มานาน โดยในปัจจุบันนี้มีการเปิดให้ปลูกได้อย่างถูกกฏหมาย แต่ไม่ถึงกับเป็นสิ่งเสรี เพราะมีข้อจำกัดที่ระบุไว้ในสัญญาการปลูกอย่างชัดเจน โดยตอนนี้ยังไม่พบปัญหาหรือการร้องเรียนใดๆที่เป็นข้อเด่นชัดจากการขอปลูกและการทำสัญญากับทางโรงพยาบาล โดยสิ่งที่สามารถนำมาต่อยอดได้ในทางการแพทย์นั้นถืออว่าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านการรักษาอย่างแท้จริง เพราะเมื่อคุณทำการปลูกกัญชาโดยการควบคุมจากสัญญาทางด้านกฏหมายนั้น ผู้ปลูกจำเป็นต้องทำสัญญาซึ่งในจุดนี้ยังเป็นเพียงการนำส่งโรงพยาบาล หากท่านยังไม่ค่อยเข้าใจและคิดไม่ออก ให้คิดเสียว่าโรงพยาบาลจ้างให้ท่านปลูกกัญชาเพื่อนำส่งให้แก่โรงพยาบาลเอง โดยจะนำไปผลิตเป็นยาเพื่อขายให้แก่ประชาชนต่อไปในภายหน้านั้นเอง มองในจุดนี้ยังเป็นการทำเพื่อผลประโยชน์และธุรกิจให้แก่นายทุนที่รับผลิตยาขนาดใหญ่อยู่นั้นเอง ปลูกกัญชาโดยมีข้อผูกมัดส่วนต่างๆที่สามารถผลิตเป็นตัวยาได้หรือสกัดเพื่อให้ได้น้ำมันกัญชาออกมาได้นั้นจำเป็นต้องนำส่งให้กับโรงพยาบาลเพื่อขาย  อีกทั้งราคาที่กำหนดนั้นยังไม่มีบอกแน่ชัดเป็นราคากลางทำให้ประชาชนบางพื้นที่เกิดความกังวลในการปลูกกัญชาว่าจะสามารถสร้างรายได้ที่ดีได้หรือไม่ อีกทั้งการจำกัดจำเขี่ยที่ให้ปลูกเพียง  6 ต้นต่อครัวเรือนมองในทางด้านเกษตรกรแล้วคงเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่ากับระยะเวลาที่เสียไป ทางผู้เขียนต้องเรียนให้ผู้อ่านได้ทราบโดยตรงว่าผลผลิตที่เกิดจากต้นกัญชานั้นไม่สามารถที่จะคาดหวังได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งต้นไม้สมุนไพรชนิดนี้ก็สามารถที่จะตายยืนต้นได้เช่นกัน ดังนั้นการปลูกจึงไม่สามารถคาดหวังในปริมาณผลผลิตได้ตามที่คิด อีกทั้งปัจจัยในการดูแลก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา สมุนไพรชนิดนี้ค่อนข้างมีความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์ โดยเฉลี่ยจะไม่ค่อยแข็งแรงเสียเท่าไหร่  ลองคิดภาพว่าเพื่อนๆลงทุนปลูก 6 ต้นเพื่อจะขายให้โรงพยาบาลซึ่งกินระยะเวลาเฉลี่ย 45 วัน ขึ้นไป และในท้ายที่สุดมีต้นที่ตายหรือไม่ได้ผลผลิตตามต้องการ 2-3  ต้นนั้นแสดงว่าการปลูกในรอบนั้นๆเพื่อนๆจะขาดเงินในส่วนที่ควรได้ไปถึงครึ่งหนึ่ง  ในส่วนนี้ผู้เขียนมองว่าควรให้มีการปลูกได้มากกว่า 6 ต้นหรือทำเป็นชมรมในการดูแลอย่างจริงจัง  โดยไม่จำเป็นต้องผูกขาดในการขายให้กับโรงพยาบาลเพื่อที่ราคาของกัญชานั้นจะไม่ได้ต้องถุกกำหนดตายตัวนั้นเอง อนาคตการปลูกกัญชาที่ควรเป็นไปในส่วนนี้ผู้เขียนเองมองว่ากัญชานั้นมีคุณค่าทางตัวยาที่สูงและเป็นที่ต้องการของตลาดผู้ใช้งานมากทั่วโลก หากรัฐบาลไทยสามารถเล็งเห็นได้ว่าการเปิดเสรีให้ในเกษตรกรสามารถปลูกกันได้อย่างเสรีหรือสามารถที่จะทำการค้าขายได้อย่างไร้ข้อผูกมัด …

รอบรู้เกี่ยวกับการปลูกกัญชาในประเทศไทย Read More »

มาทำความรู้จักกับเมล็ดกัญชากันเถอะ

เพื่อนๆทราบหรือไม่ครับว่าเมล็ดกัญชานั้นมีหลายสายพันธุ์และมีวัตถุประสงค์ในการเพาะปลูกที่แตกต่างกัน โดยแต่ละสายพันธุ์นั้นมีข้อดี ข้อเด่นที่แตกต่างกันซึ่งในการเพาะปลูกนั้นจำเป็นต้องทราบสรรพคุณ รสชาติ และการออกฤทธิ์หลังใช้งานให้ดีเสียก่อน เพราะสายพันธุ์ต่างๆนั้นมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก บางสายพันธุ์ให้รสชาติในการใช้งานที่ดีเยี่ยมแต่ฤทธิ์ในการใช้งานเบา  บางสายพันธุ์ให้รสชาติที่ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ออกฤทธิ์ได้รุนแรงมากกว่า หรือบางสายพันธุ์นั้นมีสรรพคุณในการออกฤทธิ์ทางการรักษาและใช้งานโดยแพทย์โดยวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเมล็ดกัญชาในแต่ละสายพันธุ์กันครับ  เมล็ดกัญชาหลากสายพันธุ์ เมล็ดกัญชา  BCN Critical XXL Autoflower เมล็ดกัญชา  BCN Critical XXL Autoflower หนึ่งในสายพันธุ์ยอดนิยมทั่วโลก มีราคาปานกลางค่อนสูง เนื่องจากฤทธิ์ในการออกสารนั้นถือว่าแรงทีเดียว อีกทั้งออกผลผลิตนั้นค่อนข้างได้มาก คุ้มค่าในการเพาะปลูกเป็นอย่างมาก โดยใช้เวลาปลูกเพียง 75 วันเท่านั้น นับว่าเป็นระยะเวลาที่ปานกลาง ไม่สั้นและไม่นานจนเกินไปอีกทั้งการเก็บเกี่ยวและการดูแลไม่ซับซ้อน  คำแนะนำคือการเพาะปลูกในสภาพอากาศเรือนกระจก ความแข็งแรงของสายพันธุ์ถือว่าโอกาสในความสำเร็จในการปลูกค่อนข้างมาก รสชาติและกลิ่นคล้ายมะนาว เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่ในการปลูกอย่างมาก เมล็ดกัญชา Gorilla Zkittlez เมล็ดกัญชา Gorilla Zkittlez  มีราคาค่อนข้างสูงสำหรับผู้ที่ชื่นชอบที่จะปลูกในที่โล่งแจ้งพันธุ์นี้ถือว่าเหมาะสมที่สุด เพราะชอบอากาศโล่ง และแสงแดดปกติ อีกทั้งระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวถือว่าสั้นเพียง 56 วันเท่านั้นก็สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองปลูกและเห็นผลลัพท์เร็ว  แต่ข้อด้อยของสายพันธุ์นี้คืออัตราของการรอดในการปลูกค่อนข้างน้อยอย่างมาก (อ่อนแอในการเพาะปลูก)  ฤทธิ์ในการรักษาทางการแพทย์ถือว่าอยู่ในระดับกลางเท่านั้น เมล็ดกัญชา Brain Damage Auto …

มาทำความรู้จักกับเมล็ดกัญชากันเถอะ Read More »

Scroll to Top