กัญชง

น้ำมันกัญชาคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

น้ำมันกัญชาคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำไมจึงเป็นที่นิยม

น้ำมันกัญชาคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร จากเดิมที่กัญชานั้นได้ชื่อว่าเป็นสารเสพติดที่เป็นอันตรายต่อระบบประสาทที่ทำให้หลายคนไม่กล้าใช้ แต่เมื่อมีการค้นพบประโยชน์จากสารสกัดบางชนิดในกัญชาจึงทำให้ ในปัจจุบันนี้มีการนำผลิตภัณฑ์จากกัญชามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์กันมากมายซึ่งหนึ่งในนั้นคือ น้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้นแบรนด์ Greenbird ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆนี้ ที่ได้รับการรับรองจากองค์การเภสัชกรรมที่มีประโยชน์อย่างมากที่เราจะนำมาแนะนำให้รู้จักกันในบทความนี้ น้ำมันกัญชาคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร มีอันตรายไหม น้ำมันกัญชาคือน้ำมันที่นำมาใช้ในทางการแพทย์นั้น เป็นสารสกัดที่มีสาร THC (Tetrahydrocannabinol) และ CBD (Cannabidiol) ที่มีปริมาณเหมาะสมที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และใช้ในการบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ซึ่งประโยชน์ในการใช้น้ำมันกัญชานั้นมีอยู่ด้วยกันหลายอย่างดังต่อไปนี้: ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนเนื่องจากแพ้ท้อง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ลดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งของผู้ป่วยที่เป็นโรคปลอกประสาทอักเสบเรื้อรัง ลดอาการปวดประสาทส่วนกลาง อาการปวดกล้ามเนื้อ และอาการปวดอื่นๆที่การใช้ยาไม่ได้ผล ช่วยเพิ่มความอยากอาหารให้กับผู้ที่มีอาการเบื่ออาหารอันเนื่องมาจากอาการเจ็บป่วยของโรค กระตุ้นความอยากอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่จะทำให้สามารถทานอาหารได้มากขึ้น คลายความวิตกกังวล อันเป็นผลมาจากสารสกัดกลุ่มคานาบินอลแต่ทั้งนี้ก็ยังไม่ได้รับการวิจัยอย่างชัดเจนเพราะในขณะเดียวกันก็มีการวิจัยสารสกัดอื่นๆในน้ำมันกัญชาคือมีฤทธิ์ในการคลายความกังวลเช่นเดียวกัน ยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งปอด ซึ่งมีการวิจัยในห้องทดลองว่าสารสกัดจากน้ำมันกัญชาคือสารที่สามารถยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นเลือดของก้อนมะเร็งได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องมีการวิจัยต่อไป การใช้ น้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้น จะมีการออกฤทธิ์อย่างไร สารสกัดจากน้ำมันกัญชานั้นมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ ซึ่ง น้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้นคือเป็นหนึ่งในรูปแบบที่ใช้ โดยจะนำหลอดหยดยาไว้ที่บริเวณใต้ลิ้นซึ่งตัวยาจะซึมผ่านเยื่อเมือกบุผิวในปากก่อนที่จะเข้าสู่กระแสเลือดซึ่งวิธีการนี้จะเป็นการใช้ยาในปริมาณเล็กน้อยแต่ทำให้ร่างกายได้รับยาในปริมาณรวมที่มากขึ้นหรือเรียกว่าเป็นการใช้ยาน้อยแต่ได้ผลในปริมาณสูงนั่นเอง การใช้ยาหยดใต้ลิ้นนั้นจะทำให้ร่างกายได้รับสารสกัดจากกัญชาเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าการรับประทาน เนื่องจากตัวยาไม่ได้ถูกทำลายไปด้วยน้ำย่อยในระบบทางเดินอาหาร วิธีการใช้ น้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้น น้ำมันกัญชาคือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้หลายชนิด แต่ทั้งนี้เพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างเต็มที่และมีความปลอดภัย จะต้องปฏิบัติตามแนวทางการใช้ที่ถูกต้องดังต่อไปนี้: สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้มาก่อน ควรเริ่มใช้ในปริมาณน้อยๆก่อนและควรมีผู้คอยเฝ้าดูอาการเพื่อที่ว่าเมื่อเกิดอาการไม่พึงประสงค์ในการใช้จะได้รับการช่วยเหลือได้ทัน ก่อนใช้ยาประมาณ 5 …

น้ำมันกัญชาคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำไมจึงเป็นที่นิยม Read More »

น้ำมันนวดกัญชา

ประโยชน์ของน้ำมันนวดกัญชาและวิธีใช้

ในปัจจุบันนี้มีการนำกัญชามาใช้ประโยชน์กันมากขึ้น ทั้งในด้านของการผลิตเป็นอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงเครื่องสำอางค์และใช้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับบรรเทาและรักษาโรคต่างๆ ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพที่เริ่มได้รับความนิยมอย่างมากนั้นก็คือ น้ำมันนวดกัญชา ที่มีประโยชน์ในการคลายความปวดเมื่อย ทำให้กล้ามเนื้อที่เกร็งและตึงผ่อนคลายลง ทำให้ได้รับความสบาย คลายปวดและคลายเครียดที่จะมาแนะนำให้รู้จักกันมากขึ้นในบทความนี้ น้ำมันนวดกัญชา ผลิตขึ้นได้อย่างไร กัญชา ที่เคยเป็นพืชที่ได้ชื่อว่าเป็นสารเสพติดที่หลายคนเคยมองข้าม จนมาถึงปัจจุบันนี้ที่ได้มีการศึกษาถึงประโยชน์ของกัญชาว่ามีสารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายที่สามารถนำมาใช้เป็นยาและผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ไม่ทำให้เกิดฤทธิ์เมา จึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆจากกัญชามามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำมันนวดกัญชา ที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมในการคลายความปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อที่แข็งตึงที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายและลดอาการเจ็บปวดต่างๆลงได้เป็นอย่างดี ส่วนประกอบที่สำคัญใน น้ำมันนวดกัญชา ก็คือสาร CBD ที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งความเจ็บปวดและลดการอักเสบ จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญในการนำสารสกัดจากกัญชามาผลิตเป็นน้ำมันนวดเพื่อบรรเทาปวด เพราะประโยชน์ของสารสกัดดังกล่าวที่มีต่อกล้ามเนื้อก็คือ น้ำมันนวดกัญชาช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งและตึงให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ ทำให้เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อผ่อนคลายลง ช่วยลดอาการเจ็บปวดลงได้เป็นอย่างดี น้ำมันนวดกัญชาช่วยลดอาการเจ็บปวดฉียบพลันในกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจ็บปวดที่เกิดจากการที่กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบอย่างเฉียบพลัน น้ำมันนวดกัญชาช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ช่วยลดความเสียหายของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อโดยรอบบริเวณที่ปวด เมื่อดูจากคุณสมบัติดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้ น้ำมันนวดกัญชา เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในการนำมาเป็นน้ำมันที่ช่วยลดอาการปวดและอักเสบของกล้ามเนื้อ วิธีการใช้ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย เมื่อเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออักเสบ สามารถใช้ น้ำมันนวดกัญชา เพื่อช่วยบรรเทาอาการได้ ซึ่งวิธีการใช้ สามารถทำได้ดังต่อไปนี้ ใช้ทาภายนอกเท่านั้น ห้ามสูดดมน้ำมันนวดกัญชาหรือรับประทานอย่างเด็ดขาดเพราะอาจเกิดภาวะไม่พึงประสงค์จากการใช้งานได้ อ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ให้ละเอียด เพราะน้ำมันนวดกัญชา หลายยี่ห้อจะต้องมีการผสมกับน้ำมันที่เป็นตัวพาก่อน  อย่างเช่น ผสมกับน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกหรือโจโจ้บาร์ออยล์ แล้วจึงจะนำมาใช้งานได้ นำน้ำมันนวดกัญชาที่ผสมเข้ากันกับน้ำมันที่เป็นตัวพาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทาลงบนกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวด …

ประโยชน์ของน้ำมันนวดกัญชาและวิธีใช้ Read More »

ครีมกัญชง ครบเครื่องเรื่องคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณ

เรื่องของความสวยความงามนั้นเป็นเรื่องที่คนจำนวนมากต่างให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผิวพรรณที่ต้องมีการบำรุงกันเป็นอย่างดีและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยสารที่มีประโยชน์ ช่วยดูแลฟื้นฟูและบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง ครีมกัญชง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนต่างให้ความสนใจเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากกัญชงที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวหลายอย่าง ครีมกัญชง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อุดมด้วยคุณค่าสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นที่รู้กันดีว่า ผิวต้องการการบำรุงอย่างเต็มที่ด้วยสารสกัดที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งหนึ่งในสารที่ผิวต้องการมากก็คือสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ต่อต้านริ้วรอยและทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย ซึ่ง ครีมกัญชง สามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้เป็นอย่างดี สารสกัดจากกัญชง ส่วนประกอบสำคัญของ ครีมกัญชง ในปัจจุบันนี้เราได้รู้จักกับพืชที่มีชื่อว่ากัญชงกันมากขึ้น และได้รู้ว่าสารประกอบอย่างหนึ่งในกัญชงคือ CBD นั้นมีคุณสมบัติอย่างยอดเยี่ยมในการลดการอักเสบและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของปัญหาผิว ดังนั้นจึงมีการนำสารสกัดดังกล่าวมาผลิตเป็นครีมบำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพอย่างยอดเยี่ยมในการลดการอัเสบและต่อต้านริ้วรอย ทำไมครีมกัญชงถึงได้รับความสนใจ สิ่งที่ทำให้ครีมบำรุงผิวจากกัญชงได้รับความสนใจและมีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมอย่างมากในอนาคตนั้น ก็มาจากคุณสมบัติที่โดดเด่นอยู่ด้วยกันหลายอย่างที่ช่วยในการแก้ปัญหาและดูแลผิว ดังต่อไปนี้ ช่วยลดการอักเสบของผิว เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่มักมีปัญหาสิว ผิวอักเสบ ครีมบำรุงที่สกัดจากกัญชงจะช่วยปลอบประโลมผิวและช่วยลดการอัเสบ ผิวจึงแข็งแรงขึ้น เป็นสิวน้อยลง ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุทำให้ผิวแก่ มีริ้วรอย โดยสารสกัดจากกัญชงนั้นมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย ลดเลือนริ้วรอยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ที่เป็นสาเหตุทำให้ผิวหมองคล้ำและเสื่อมสภาพเร็ว ผิวจึงดูกระจ่างใสและเปล่งประกายอย่างเป็นะรรมชาติ ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวมีความกระชับ ยืดหยุ่น ริ้วรอยที่เห็นชัดดูลดเลือนลง ทำให้ดูอ่อนกว่าวัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ การใช้ ครีมกัญชง เพื่อดูแลผิวพรรณให้ดูกระชับ ชุ่มชื้น และดูอ่อนกว่าวัย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเพราะกัญชงมีสารที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมด้วยคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิวที่ช่วยลดการอักเสบของผิวได้เป็นอย่างดี

บำรุงริมฝีปากให้เนียนนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติด้วยลิปมันกัญชง

ริมฝีปากเป็นจุดเด่นส่วนหนึ่งของใบหน้า ดังนั้นจึงต้องมีการบำรุงดูแลเป็นอย่างดีเพราะไม่มีใครอยากจะเห็นริมฝีปากของตนเองแห้งแตกเป็นขุยแน่ๆ และสำหรับคนที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำด้วยแล้ว การไม่ดูแลริมฝีปากปล่อยให้แห้งแตกก็จะทำให้ทาลิปสติกออกมาไม่สวย ซึ่งการบำรุงด้วย ลิปมันกัญชง นั้นจะช่วยบำรุงริมฝีปากให้เนียนนุ่มชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดี ลิปมันกัญชง อุดมด้วยคุณค่าจากสารบำรุงจากธรรมชาติ หลายคนรู้ดีว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ริมฝีปากแห้ง จนผิวลอกหรือเป็นขุยจะต้องมีการบำรุงด้วยลิปบาล์มหรือลิปมันกัญชงที่ช่วยทำให้ริมฝีปากดูชุ่มชื่นขึ้น ซึ่ง ลิปมันกัญชง นั้นถือได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่ในการบำรุงริมฝีปากให้สุขภาพดีด้วยสารสกัดจากกัญชงที่อุดมไปด้วยวิตามินจากธรรมชาติต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาร CBD ที่มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบของผิวและลดการระคายเคือง ทำให้สามารถใช้ได้อย่างมั่นใจว่าไม่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือเป็นอันตรายต่อผิวของริมฝีปากที่อ่อนบางอย่างแน่นอน นอกจากนี้ในสารสกัด CBD ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของ ลิปมันกัญชง นั้นก็ยังอุดมไปด้วยวิตามิน เอ,ดีและอี พร้อมด้วยน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยในการบำรุงผิวบริเวณริมฝีปากให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น ไม่แห้งแตก อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมุลอิสระที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าสำหรับริมฝีปากนั้นจะต้องระวังเรื่องริ้วรอยไปทำไมกันแต่ในความเป็นจริงแล้วริมฝีปากนั้นสามารถเกิดริ้วรอยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดความชุ่มชื้นและขาดการบำรุงที่จะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นจึงอย่าละเลยเรื่องการเกิดริ้วรอยของริมฝีปากที่อาจจะเกิดขึ้นและทำให้คุณดูแก่กว่าวัยได้ การเลือกใช้ลิปบาล์มหรือลิปมันที่ผลิตมาจากสารสกัดในกัญชงนั้น จะต้องเลือกลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของน้ำมัน CBD ในปริมาณที่เหมาะสมและผลิตมาแบบออร์แกนิก เพื่อความปลอดภัยและลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ใช้ลิปมันกัญชงเมื่อไหร่ดี ความจริงแล้วการดูแลริมฝีปากนั้นสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยคุณสามารถทาลิปมันกัญชงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและบำรุงริมฝีปากในระหว่างวันเพื่อให้ริมฝีปากไม่แห้งแตก นอกจากนี้ยังสามารถใช้สำหรับทาริมฝีปากก่อนแต่งหน้าเพื่อที่ว่าเมื่อทาลิปสติกแล้วจะทำให้สีสวย ติดทนนาน และทาได้เรียบเนียนสวยงามอย่างที่ต้องการ ดูแลริมฝีปากเป็นประจำด้วย ลิปมันกัญชง ที่อัดแน่นไปด้วยวิตามินจากธรรมชาติ จะช่วยให้ริมฝีปากของคุณเนียนนุ่มชุ่มชื้นดูสุขภาพดี จะทาลิปสติกสีใหนก็สวยสดใสติดแน่นทนทาน เสริมสร้างเสน่ห์ที่เปล่งประกายออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

ทำความรู้จักกับน้ำมัน CBD ให้มากขึ้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง

ทุกวันนี้ หลายคนคงจะเคยได้ยินข่าวสารหรือโฆษณาเกี่ยวกับสารสกัดจากกัญชากันมากขึ้น แต่ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไร และสามารถใช้ได้กับทุกคนหรือไม่ ซึ่งในน้ำมันกัญชานั้นมีสารอยู่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า CBD ที่เป็นสารที่มีประโยชน์ในการรักษาทางการแพทย์ ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาแนะนำให้คุณได้รู้จักกับ น้ำมัน CBD ที่สกัดได้จากกัญชากันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เลือกซื้อและนำมาใช้งานได้อย่างมั่นใจ น้ำมัน CBD  คืออะไร เมื่อพูดถึงกัญชา หลายคนอาจนึกถึงสารเสพติดที่ทำให้เกิดอาการเมา แต่ความจริงแล้วในกัญชามีสารประกอบอยู่ด้วยกันหลายชนิดโดยสารที่ทำให้เมาคือ THC ส่วนสาร CBD ที่มีอยู่ในกัญชานั้นไม่ได้ทำให้เกิดอาการเมาและไม่มีผลกระทบต่อสภาพจิตใจเหมือนกับ THC แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายที่สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์ได้ สาร CBD หรือ Cannabidiol ที่ได้จาก น้ำมัน CBD เป็นสารที่สกัดมาจากกัญชาหรือกัญชง เป็นสารที่ไม่มีฤทธิ์กระตุ้นต่อจิตและประสาทจึงไม่ทำให้เกิดอาการเมา รวมถึงไม่ทำให้เกิดการเสพติดจึงสามารถใช้ได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงดังกล่าว น้ำมัน CBD มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างดังต่อไปนี้ น้ำมัน CBD ทำให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้น จึงมักใช้ในผู้ป่วยที่ป่วยเรื้อรังหรืออยู่ในภาวะวิกฤติที่มีภาวะเบื่ออาหาร เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้น น้ำมัน กัญชา ช่วยลดความวิตกกังวล ลดความเครียด ทำให้นอนหลับได้ง่ายและหลับสนิทขึ้น น้ำมัน CBD ช่วยต้านการอักเสบ ทำให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้ดี แผลหายเร็วขึ้น น้ำมัน กัญชา ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติและการอักเสบในร่างกาย น้ำมัน …

ทำความรู้จักกับน้ำมัน CBD ให้มากขึ้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง Read More »

รู้จักกับ เซรั่มกัญชง ที่ช่วยดูแลบำรุงและแก้ปัญหาผิวได้อย่างครบครัน

ในปัจจุบันนี้มีการนำเอาสารสกัดจากกัญชงมาใช้ประโยชน์กันอย่างมากโดยเฉพาะในทางการแพทย์ เนื่องจากในกัญชงมีสารที่เรียกว่า CBD ที่เป็นประโยชน์อย่างมากในการรักษาและบรรเทาอาการเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่รู้หรือไม่ว่าสาร CBD เหล่านี้สามารถนำมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วยโดยในปัจจุบันนี้มี เซรั่มกัญชง ที่ช่วยดูแลผิวพรรณให้แข็งแรง เต่งตึง ซึ่งเราจะมาแนะนำให้คุณได้รู้จักกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากกัญชงเหล่านี้กัน เซรั่มกัญชง คืออะไรผลิตขึ้นจากส่วนไหนของกัญชง เมื่อพูดถึง เซรั่มกัญชง หลายคนคงมีคำถามว่าเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอะไร และผลิตมาจากส่วนไหนของกัญชง ซึ่งเซรั่มที่มาจากสารสกัดของกัญชงนี้เป็นเซรั่มที่ใช้ในการบำรุงผิวพรรณให้แข็งแรง เต่งตึง ลดเลือนริ้วรอยและสิว ซึ่งเซรั่มกัญชงดังกล่าวนี้ใช้สารสกัด CBD จากส่วนเมล็ด, ก้าน,ใบ และดอก ของกัญชงที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ,กรดไขมัน และวิตามิน A,D,E ที่มีประโยชน์อย่างมากในการบำรุงผิว ประโยชน์ของ เซรั่มกัญชง ในการดูแลผิวพรรณ เซรั่มกัญชง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการดูแลผิวได้อย่างยอดเยี่ยมและครบครันทุกปัญหาผิวที่คุณต้องเจอ ด้วยสารสกัดที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระจึงเปรียบเสมือนอาหารผิวคุณภาพสูงที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวได้อย่างล้ำลึกและอ่อนโยน โดยประโยชน์ที่คุณจะได้รับเมื่อใช้เซรั่มบำรุงผิวที่ทำมาจากสารสกัดในกัญชงมีดังต่อไปนี้ กรดไขมันธรรมชาติจากกัญชงที่เป็นส่วนประกอบในเซรั่มจะช่วยบำรุงผิวให้มีความเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้งที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความชุ่มชื่นโดยไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน ช่วยรักษาโรคผิวหนังรุนแรงอย่างเช่น ผื่นแดง อันเนื่องมาจากความแห้งกร้านได้เป็นอย่างดี ช่วยต่อต้านการอักเสบ เหมาะสำหรับคนที่มักมีสิวและผิวอักเสบรวมถึงคนที่มีผิวอ่อนแอ จะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น สามารถต้านทานการอักเสบได้ดี ลดการเกิดสิว มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ ผิวดูสดชื่น เต่งตึงขึ้น ดูอ่อนกว่าวัย จะเห็นได้ว่า เซรั่มกัญชง …

รู้จักกับ เซรั่มกัญชง ที่ช่วยดูแลบำรุงและแก้ปัญหาผิวได้อย่างครบครัน Read More »

สาร CBD กับ สาร THC แตกต่างกันอย่างไร แบบไหนที่ควรเลือกใช้มากกว่ากัน

เมื่อพูดถึงกัญชา หลายคนคงนึกถึงสารเสพติดชนิดหนึ่งที่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้เกิดอาการเมาและเกิดความเปลี่ยนแปลงต่อระบบประสาท แต่ความจริงแล้วในกัญชายังมีสารที่เป็นประโยชน์ทางการแพทย์อยู่ด้วยโดยสารทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกัน ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงส่วนประกอบของสารทั้งสองชนิดในกัญชาว่า สาร CBD กับ สาร THC แตกต่างกันอย่างไร เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงประโยชน์ของสารสกัดจากกัญชามากขึ้น สาร CBD กับ สาร THC แตกต่างกันอย่างไร ในกัญชานั้นประกอบไปด้วยสารประกอบหลายอย่าง แต่สารประกอบที่มีส่วนสำคัญอย่างมากที่มีการนำมาใช้งานก็คือ  CBD กับ สาร THC ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้มีการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันและมีการนำมาใช้งานที่แตกต่างกันด้วย ความจริงแล้ว ทั้งสาร CBD และ THC  ต่างก็จัดอยู่ในกลุ่ม Cannabinoids เช่นเดียวกันซึ่งสามารถพบได้ทั้งในกัญชาและกัญชง ที่มีการออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทซึ่งหากมีการใช้อย่างเหมาะสมก็จะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย และคลายความกังวล โดยสารทั้งสองชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Cannabinoids ที่จะมีความแตกต่างกันของรายละเอยดดังต่อไปนี้ สาร THC เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทโดยตรงที่จะทำให้ผู้ได้รับสาร THC มีอาการเมา เคลิบเคลิ้ม จึงมักมีการนำมาใช้ประโยชน์ในด้านของสารเสพติดที่ผ่อนคลายความเครียด แต่หากเป็นการนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์นั้น จะใช้ได้ดีกับอาการเบื่ออาหาร,กล้ามเนื้อกระตุก,นอนไม่หลับ ในทางการแพทย์จะนำมาใช้ในการบรรเทาและรักษาอาการดังต่อไปนี้ บรรเทาอาการเจ็บปวด บรรเทาอาการภูมิแพ้ บรรเทาอาการอักเสบหรือติดเชื้อ ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารสำหรับคนที่มีอาการเบื่ออาหาร สาร CBD เป็นสารประกอบในกัญชาที่ไม่ทำให้เกิดอาการเมาแต่มีฤทธิ์ในการรักษาอาการเจ็บปวด ,บรรเทาความเครียดและความวิตกกังวลได้เช่นเดียวกัน …

สาร CBD กับ สาร THC แตกต่างกันอย่างไร แบบไหนที่ควรเลือกใช้มากกว่ากัน Read More »

รวบรวมกฎหมายกัญชาน่ารู้ภายในประเทศไทย

กัญชานั้นถือว่าเป็นพืชที่ถูกจัดให้อยู่ในสารจำพวกยาเสพย์ติดถูกควบคุมครั้งแรกและตราขึ้นเป็นกฎหมายกัญชาในปี พ.ศ.2522 ซึ่งคนไทยทุกคนเข้าใจว่ากัญชานั้นถือว่าเป็นพืชที่อันตรายและไม่ดีโดยปราศจากความเข้าใจว่าพืชดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นพืชที่ให้ประโยชน์ต่างๆได้อีกมากนั้นเอง กฎหมายกัญชาถูกพิจารณาใหม่อีกครั้งที่ปี พ.ศ.2563 ในวันที่ 15 ธันวาคม โดยในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเริ่มมีผู้คนออกมารณรงค์และต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากสมุนไพรดังกล่าวเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังมีผู้ถูกจับกุมเป็นจำนวนมากและมีคนไทยหลายรายที่เริ่มต้นปลูกต้นกัญชากัน โดยระยะหลังๆนั้นตามความเข้าใจของผู้คนมองว่าฤทธิ์ของการออกสารของกัญชานั้นไม่อันตรายและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อีกทั้งผู้คนในหลายๆพื้นที่นำออกมาใช้งานกันอย่างเป็นประจำจนถูกนำมาพิจารณาและต้องการออกกฎหมายกัญชาฉบับใหม่นั้นเองโดยการออกมาถกถึงปัญหาดังกล่าวนั้นได้เปิดใจยินยอมให้กัญชานั้นเป็นสมุนไพรถูกกฏหมายแต่ช่อดอก และเมล็ดนั้นยังเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายในประเทศไทยอยู่ เนื่องจากต้องการควบคุมมิให้ประชาชนปลูกต้นกัญชาหรือเพาะพันธุ์ได้อย่างเสรีนั้นเอง กฎหมายกัญชาในปีพ.ศ2564  ได้ออกมาว่ากัญชานั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ในวงการแพทย์ได้ โดยการออกฏหมายข้อนี้นั้นช่วยในการรักษาโรคต่างๆในผู้ป่วยได้หลากหลายโรคเลทีเดียว อีกทั้งกฎหมายกัญชา ในปี พ.ศ.2564 นั้นออกมาชัดเจนมิให้เสพย์กัญชาเพื่อความเคลิบเคลิ้มได้นั้นเอง เพราะตัวยาที่ว่านั้นไม่มีสารที่ก่อเกิดให้ผู้ใช้ยานั้นเกิดอาการเมา หรือออกฤทธิ์ทางยาเสพย์ติดนั้นเอง จากกฎหมายกัญชา ทำให้ประชาชนค่อนข้างลงความคิดเห็นว่ารัฐบาลนั้นค่อนข้างเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายผลิตและนายทุนรายใหญ่เนื่องจากการผูกขาดในการเพาะพันธุ์และจัดจำหน่าย โดยนโยบายเดิมที่เคยตั้งไว้นั้นประชาชนสามารถมีกัญชาไว้ครอบครองในตัวบ้านได้นั้นถูกลดบทบาทลงไป และอนุญาติให้เพียงเจ้านายที่รัฐทางการแพย์หรือบริษัทที่ได้รับการอนุญาติเท่านั้นที่สามารถจัดจำหน่ายและเพาะพันธุ์พืชดังกล่าวได้ นั้นทำให้กฎหมายกัญชาฉบับใหม่นี้มีช่องโหว่และสามารถกำหนดราคาของเจ้าตัวสมุนไพรดังกล่าวนี้ได้อย่างไม่จำกัด โดยหากประชาชนสามารถเพาะปลูกเองได้ก็จะสามารถลดต้นทุนของราคาพืชสมุนไพรชนิดนี้ได้อย่างมากนั้นเอง ทั้งนี้นั้นปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าในปัจจุบัน นั้นได้มีการนำเรื่องกฎหมายกัญชามาใช้ในการอ้างอิงและชูเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงจากกลุ่มผู้คนเสรีที่ชื่นชอบในการใช้งานเจ้าสมุนไพรดังกล่าว โดยการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้นกลุ่มผู้ใช้กฏหมายดังกล่าวนั้นค่อนข้างได้คะแนนเสียงที่มากและชนะการเลือกตั้งไปแล้วก็มี นั้นแสดงให้เห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ๆในประเทศไทยของเรานั้นค่อนข้างให้ความเห็นชอบและต้องการใช้งานสมุนไพรดังกล่าวนี้เป็นจำนวนมากนั้นเอง ซึ่งจากกระแสของสังคมในช่วงยุคใหม่นี้ค่อนข้างให้การยอมรับและมีการเปิดเผยถึงวิธีการใช้งานกันในสังคมอย่างแพร่หลายอย่างมาก ในอนาคตและการคาดการณ์ กฎหมายกัญชาสำหรับในอนาคตนั้นมีแนวโน้มว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งใหญ่ในสังคม เนื่องจากผู้คนยังคงเรียกร้องให้มีการใช้งานสมุนไพรดังกล่าวอย่างกว้างขวางอย่างมากและมีการประยุกต์ใช้งานสมุนรไพรดังกล่าวนี้ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำเพื่อการค้าในลักษณะของร้านอาหาร ซึ่งในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นกระแสสังคมอันดับต้นๆของประเทศไทยเลยก็ว่าได้และมีเด็กและเยาวชนเป็นจำนวนมากที่ค่อนข้างอยากมีการทดลองใช้งานเจ้าสมุนไพรดังกล่าวที่ว่านี้อีกด้วย ในปัจจุบันนั้นการมีกัญชาไว้ในการครอบครอง โดย กฎหมายกัญชายังมีโทษทางกฏหมายอยู่โดย หากมีไว้เพื่อจำหน่ายนั้นอาจมีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปีเลยทีเดียว อีกทั้งยังสามารถจับปรับได้ 200,000 บาท ถึง 1,500,000 บาท  หรือหากมีไว้เพื่อครอบครองเสพย์นั้นมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 …

รวบรวมกฎหมายกัญชาน่ารู้ภายในประเทศไทย Read More »

รอบรู้เกี่ยวกับการปลูกกัญชาในประเทศไทย

เพื่อนๆทราบหรือไม่ว่าในปัจจุบันนี้เราสามารถปลูกกัญชาในประเทศไทยได้แล้วโดยขั้นตอนวิธีการนั้นจำเป็นต้องรวมตัวกัน 7 คนขึ้นไปเพื่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเสียก่อน หลังจากนั้นให้ทำการติดต่อกับโรงพยาบาลเพื่อขอรับสัญญาในการปลูกกัญชา โดยเพื่อนๆจะได้รับต้นกัญชามาจำนวน 6 ต้นต่อครัวเรือนเท่านั้น ว่ากันง่ายๆคือได้รับคนละ 6 ต้น และมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่คือห้ามเสพหรือปลูกเพื่อใช้ในทางด้านยาเสพติดเด็ดขาด  เช่นช่อ ดอก ใบที่ติดช่อดอก ห้ามนำไปประกอบกิจกรรมใดๆก็ตามที่อาจก่อให้เกิดการมึนเมานั้นเองครับ ปลูกกัญชาแบบถูกกฏหมาย หลายๆคนอาจเคยใฝ่ฝันที่จะต้องการใช้งานสมุนไพรชนิดนี้มานาน โดยในปัจจุบันนี้มีการเปิดให้ปลูกได้อย่างถูกกฏหมาย แต่ไม่ถึงกับเป็นสิ่งเสรี เพราะมีข้อจำกัดที่ระบุไว้ในสัญญาการปลูกอย่างชัดเจน โดยตอนนี้ยังไม่พบปัญหาหรือการร้องเรียนใดๆที่เป็นข้อเด่นชัดจากการขอปลูกและการทำสัญญากับทางโรงพยาบาล โดยสิ่งที่สามารถนำมาต่อยอดได้ในทางการแพทย์นั้นถืออว่าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านการรักษาอย่างแท้จริง เพราะเมื่อคุณทำการปลูกกัญชาโดยการควบคุมจากสัญญาทางด้านกฏหมายนั้น ผู้ปลูกจำเป็นต้องทำสัญญาซึ่งในจุดนี้ยังเป็นเพียงการนำส่งโรงพยาบาล หากท่านยังไม่ค่อยเข้าใจและคิดไม่ออก ให้คิดเสียว่าโรงพยาบาลจ้างให้ท่านปลูกกัญชาเพื่อนำส่งให้แก่โรงพยาบาลเอง โดยจะนำไปผลิตเป็นยาเพื่อขายให้แก่ประชาชนต่อไปในภายหน้านั้นเอง มองในจุดนี้ยังเป็นการทำเพื่อผลประโยชน์และธุรกิจให้แก่นายทุนที่รับผลิตยาขนาดใหญ่อยู่นั้นเอง ปลูกกัญชาโดยมีข้อผูกมัดส่วนต่างๆที่สามารถผลิตเป็นตัวยาได้หรือสกัดเพื่อให้ได้น้ำมันกัญชาออกมาได้นั้นจำเป็นต้องนำส่งให้กับโรงพยาบาลเพื่อขาย  อีกทั้งราคาที่กำหนดนั้นยังไม่มีบอกแน่ชัดเป็นราคากลางทำให้ประชาชนบางพื้นที่เกิดความกังวลในการปลูกกัญชาว่าจะสามารถสร้างรายได้ที่ดีได้หรือไม่ อีกทั้งการจำกัดจำเขี่ยที่ให้ปลูกเพียง  6 ต้นต่อครัวเรือนมองในทางด้านเกษตรกรแล้วคงเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่ากับระยะเวลาที่เสียไป ทางผู้เขียนต้องเรียนให้ผู้อ่านได้ทราบโดยตรงว่าผลผลิตที่เกิดจากต้นกัญชานั้นไม่สามารถที่จะคาดหวังได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งต้นไม้สมุนไพรชนิดนี้ก็สามารถที่จะตายยืนต้นได้เช่นกัน ดังนั้นการปลูกจึงไม่สามารถคาดหวังในปริมาณผลผลิตได้ตามที่คิด อีกทั้งปัจจัยในการดูแลก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา สมุนไพรชนิดนี้ค่อนข้างมีความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์ โดยเฉลี่ยจะไม่ค่อยแข็งแรงเสียเท่าไหร่  ลองคิดภาพว่าเพื่อนๆลงทุนปลูก 6 ต้นเพื่อจะขายให้โรงพยาบาลซึ่งกินระยะเวลาเฉลี่ย 45 วัน ขึ้นไป และในท้ายที่สุดมีต้นที่ตายหรือไม่ได้ผลผลิตตามต้องการ 2-3  ต้นนั้นแสดงว่าการปลูกในรอบนั้นๆเพื่อนๆจะขาดเงินในส่วนที่ควรได้ไปถึงครึ่งหนึ่ง  ในส่วนนี้ผู้เขียนมองว่าควรให้มีการปลูกได้มากกว่า 6 ต้นหรือทำเป็นชมรมในการดูแลอย่างจริงจัง  โดยไม่จำเป็นต้องผูกขาดในการขายให้กับโรงพยาบาลเพื่อที่ราคาของกัญชานั้นจะไม่ได้ต้องถุกกำหนดตายตัวนั้นเอง อนาคตการปลูกกัญชาที่ควรเป็นไปในส่วนนี้ผู้เขียนเองมองว่ากัญชานั้นมีคุณค่าทางตัวยาที่สูงและเป็นที่ต้องการของตลาดผู้ใช้งานมากทั่วโลก หากรัฐบาลไทยสามารถเล็งเห็นได้ว่าการเปิดเสรีให้ในเกษตรกรสามารถปลูกกันได้อย่างเสรีหรือสามารถที่จะทำการค้าขายได้อย่างไร้ข้อผูกมัด …

รอบรู้เกี่ยวกับการปลูกกัญชาในประเทศไทย Read More »

กัญชาเสรีพืชสมุนไพรที่ทุกคนต่างอยากครอบครอง

กัญชาเสรีหนึ่งในคำนิยามที่คนไทยต้องการให้ได้รับมามากที่สุดเนื่องจากพืชสมุนไพรชนิดนี้เป็นที่ต้องการของตลาดมาเป็นเวลายาวนานและยังไม่ถูกผลักดันให้เป็นพืชที่สามารถมีไว้ครอบครองอย่างถูกกฏหมายได้อีกทั้งสรรพคุณของตัวสมุนไพรดังกล่าวนั้นค่อนข้างสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วย โดยในข้อจำกัดคำของกัญชาทั่วโลกนั้นได้นิยามไว้ว่า กัญชาเสรี คือสิ่งที่ผู้คนสามารถเข้าถึงและสัมผัสได้ไม่มีแบ่งแยกชนชั้นหรือดินแดนนั้นเองโดยสมุนไพรดังกล่าวได้ถูกนำไปสอดแทรกลงในตำนานเพลงอย่างบ็อบ มาร์เลย์ กัญชาเสรีกับวลีแห่งศาสดาอย่างบ็อบ มาร์เลย์  หนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกและตลอดกาล เมื่อคุณพูดถึงสมุนไพรที่ได้รับความแพร่หลายที่สุดในโลกทั้งในอดีตและปัจจุบัน บ็อบ มาร์เลย์คือนักร้องที่ได้นำเอาภาพลักษณ์ของสมุนรไพรชนิดนี้เข้ามาแพร่หลายสู่ผู้คนทั่วโลก ด้วยการนำสัญลักษณ์มาประดับและตกแต่งในชีวิตของเขาและอัลบัมเพลงของเขาเองด้วย อีกทั้งเนื้อหาและใจความของเพลงนั้นยังมีส่วนต่างๆถูกผสมลงไปในนั้นและสื่อความหมาย โดยเพลงของเขาแฝงปรัชญาด้วยความหมายที่สื่อสารออกมาในความจริงใจรวมด้วยพลังงานของตัวบ็อบเองด้วยทำให้ผลงานของเขาได้รับความนิยมไปทั่วโลกและวลีแห่งประติศาสต์อย่างคำว่ากัญชาเสรีก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากแนวคิดของเขานี้เอง โดยเขาได้ต่อสู้กับกฏหมายของกัญชาที่ในขณะนั้นถูกมองว่าเป็นเพียงยาเสพย์ติดชนิดหนึ่งเท่านั้นจนได้รับการยอมรับจากประเทศบางประเทศและผู้คนในส่วนกว้างว่ากัญชาไม่ใช่สมุนไพรที่ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตมนุษย์แต่นั้นเป็นสมุนไพรที่ทำให้เกิดความคิดและจิตใจสงบ และในลัทธิและความเชื่อของบ็อบ มาร์เลย์เองนั้นก็ยังให้ความเชื่อถือในสมุนไพรชนิดนี้ว่าผู้ที่ใช้งานนั้นจะทำให้เกิดปัญญาที่มากถึงขีดสุดอีกด้วย  เป็นสมุนไพรที่ทำให้เกิดความร่าเริงและเสียงหัวเราะ กัญชาเสรีนำมาซึ่งความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันหลังจากการต่อสู้อย่างยาวนานของศิลปินผู้ผลักดันในกัญชานั้นให้เป็นพืชที่ถูกต้องตามกฏหมายดนตรีและแนวคิดถูกผสมลงกับส่วนหนึ่งของชีวิตอีกทั้งการนำเรื่องความเชื่อเพียงอย่างเดียวที่มีต่อกัญชาที่ได้รับความเชื่อในลัทธิเป็นต่อผลักดันทำให้สิ่งนั้นเกิดเป็นแรงกระเพื่อมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ และนับว่าเกิดเรื่องที่ต้องถูกจารึกไว้ในโลกใบนี้เลยก็ว่าได้เมื่อ ประธานาธิบดีแห่งจาไมกา และผู้นำฝ่ายค้านพร้อมใจกันจับมือบนเวทีของการแสดงบ็อบ มาร์เลย์ในวันที่ 22 เมษายน ค.ศ.1978  นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องถูกกล่าวคานไปอีกนาน เพราะเหตุการณ์ดังล่าวเกิดขึ้นได้จากการนำแนวคิดของคำว่ากัญชาเสรีมาเป็นตังตั้งต้นและสิ่งนั้นแสดงผลลัพท์ออกมาให้ชาวโลกได้ประจักษ์แก่สายตาอย่างชัดเจนแล้วว่าพืชที่ทุกคนเคยมองว่าเป็นสิ่งไม่ดีหรือเป็นเพียงยาเสพติดนั้นได้กลายเป็นสิ่งที่นำพาให้เกิดความร่วมมือของกลุ่มสองกลุ่มในสภาพของสังคมที่มีความเชื่อและความเกลียดชั่งกันให้กลับมาร่วมมือและร่วมพลังกันได้ในที่สุด กัญชาเสรีจึงไม่ใช่เพียงคำกล่าวที่พูดเพียงให้เกิดความสวยหรูเท่านั้นแต่สิ่งนี้นำมาถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียม การให้อภัยและการสามัคคี โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนเองมีความเชื่อที่เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้อย่างยิ่งเพราะเมื่อลองวิเคราะห์และมองไปยังภาพของผู้ที่นิยมในการใช้งานสมุนไพรชนิดนี้แล้วกลับพบว่าไม่มีภาพแห่งความรุนแรงหรือภาพของความขัดแย้งที่เคยปรากฏตามสื่อต่างๆในหน้าสังคมแต่อย่างใด กลับกันไม่ว่าจะเป็นภาพผู้ที่ถูกเข้าจับกุมหรือสื่อที่ปรากฏออกมาให้เราได้เห็นกันตามที่ต่างๆนั้นแม้แต่ผู้ที่กำลังต้องโดนดำเนินคดีในข้อหาการมีสมุนไพรต้องห้ามนี้ไว้ครอบครองกลับมาสีหน้าแห่งความสุขและไม่มีภาพที่เกิดความรุนแรงแต่อย่างใด ดังนั้นกัญชาเสรีนั้นจึงควรถูกหยิบยกออกมาพูดคุยกับสังคมของบ้านเราอีกครั้งหนึ่งแล้วละว่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นและควรถูกผลักดันให้เป็นเรื่องของสิ่งที่ถูกกฏหมายเสียที และประชาชนทั่วไปควรมีสิทธิในการใช้งานหรือครอบครองสมุนไพรชนิดนี้แบบไม่มีข้อแม่แต่อย่างใดได้อย่างเต็มที่เสียที อ้างอิง  https://guru.sanook.com/4137/ https://sites.google.com/site/dxkmimimi/prawati https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%9A_%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C

Scroll to Top