ประโยชน์และโทษของกัญชา เป็นอย่างไรบ้าง เปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ

กระแสกัญชาฟีเวอร์! ไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ที่รัฐบาลได้มีการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 เพื่อเปิดทางให้กัญชากลายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ทุกบ้านนั้นสามารถปลูกได้อย่างเสรี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำกัญชาไปผสมกับอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือนำมาใช้ทางด้านแพทย์ เพื่อใช้รักษาคนและสัตว์เลี้ยง หรือบางคนนำกัญชามาเสพเพื่อสันทนา หาความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยที่อาจจะยังไม่รู้ว่าโทษของกัญชานั้นมีมากน้อยเพียงใด วันนี้เราจึงเปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ ไปเลยว่าประโยชน์และโทษของกัญชานั้นเป็นอย่างไร ติดตามอ่านได้เลย

กัญชามีสารออกฤทธิ์อะไรบ้าง

กัญชา มีสารประกอบกลุ่มแคนนาบินอยด์ (Cannabinoid) อยู่ 2 ชนิดสำคัญ ได้แก่ สาร CBD (Cannabidiol) และสาร THC (Tetrahydrocannabinol) โดยสารทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันไป ดังนี้

1. สาร CBD (Cannabidiol)

สาร CBD ย่อมาจาก Cannabidiol เป็นสารสกัดอีกประเภทหนึ่งที่ได้มาจากต้นกัญชา โดยจัดเป็นสารเสพติดที่สามารถบรรเทาการเจ็บป่วยในบางโรคได้ นิยมนำมาทำเป็นน้ำมันกัญชา (CBD Oil) และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ดังนี้

  • ช่วยลดอาการปวด
  • บรรเทาอาการซึมเศร้า
  • บรรเทาอาการลมบ้าหมู
  • ช่วยทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น
  • บรรเทาและป้องกันโรคหัวใจ
  • ลดความวิตกกังวล ผ่อนคลาย
  • ช่วยลดปัญหาสิวและอาการผิวแห้ง
  • บรรเทาอาการพาร์์กิินสััน (อาการสั่น)
  • บรรเทาอาการของโรค ALS หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ไม่มีผลต่อจิตประสาท และจะไม่ก่อให้เกิดการเสพติด

2. สาร THC (Tetrahydrocannabinol)

สาร THC (Tetrahydrocannabinol) หรือเรียกอีกอย่างว่า “สารเมา” ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หากร่างกายได้รับสาร THC มากจนเกินไป อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้

โทษของกัญชาที่มีต่อสุขภาพร่างกาย

โทษของกัญชา

เมื่อได้รู้ถึงสารพัดประโยชน์ของกัญชากันไปแล้ว คราวนี้ลองมาดูโทษของกัญชากันบ้าง ซึ่งกัญชาก็ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันมาตลอดว่าตกลง กัญชาเป็นยาเสพติดหรือไม่ ถึงแม้ว่าจะถูกปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติดแล้วก็ตาม แต่ข้อนี้เราคงไม่มานั่งเถียงกัน แต่อยากให้พิจารณาถึงประโยชน์และโทษที่จะได้รับจากกัญชามากกว่า ถ้าใช้กัญชาเป็นก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด แต่ถ้าใช้ผิดประเภทอาจจะทำไปสู่โทษของกัญชาได้ อย่างที่บอกไปแล้วว่ากัญชามีสารหลักด้วยกัน 2 ชนิด คือ THC และ CBD ซึ่ง สาร THC (Tetrahydrocannabinol) จะมีผลกระทบต่อสมองเด็ก

  • คลื่นไส้ ปวดท้อง อาเจียน
  • เกิดความรู้สึกหวาดระแวง แพนิค
  • สมองทำงานได้แย่ลงโดยกะทันหัน
  • แน่นหน้าอก หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
  • เกิดอาการประสาทหลอน เกิดภาพหลอน หูแว่ว
  • มีความจำระยะสั้นแย่ลง หรืออาจจะสูญเสียความทรงจำได้
  • มีความเสี่ยงสูงมากที่จะป่วยเป็นโรคจิต หลังจากเสพกัญชามากเกินไป
  • ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ สติแปรปรวน
  • ทำลายระบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงทำให้ร่างกายอ่อนแอ ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่าย
  • ทำลายความรู้สึกทางเพศ ทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในชายลดลง ทำให้ปริมาณอสุจิน้อยลง
  • กัญชามีฤทธิ์ทำลายสมรรถภาพทางกาย เมื่อเสพในปริมาณที่มากและเป็นระยะเวลาที่นาน ร่างกายก็จะเสื่อมโทรมจนไม่สามารถทำงานได้

โทษของกัญชาตามกฎหมาย

ถึงแม้กัญชาจะมีการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 แล้วก็ตาม แต่ก็มีส่วนที่กัญชาห้ามใช้ เนื่องจากกัญชามีสารเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อระบบสมองและหลอดเลือด หากนำกัญชาส่วนใดส่วนหนึ่งของกัญชา กัญชง นำไปสกัดเพื่อให้ได้สาร THC (Tetrahydrocannabinol) จะต้องแจ้งขออนุญาตผลิตสกัดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ยกเว้น ถ้าในกรณีสารสกัดที่มี THC ไม่เกิน 0.2% จะได้รับการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดให้โทษ ดังนั้น ควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับข้อกฎหมายให้ดีเสียก่อน ถึงแม้จะปลดล็อกแต่ก็ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง

เป็นอย่างไรกันบ้างหลังจากได้อ่านบทความนี้แล้ว คงจะเข้าใจถึงประโยชน์และโทษของกัญชาเพิ่มมากขึ้นแล้ว สำหรับใครที่มีอาการเจ็บปวดหรือเป็นโรคที่กัญชาสามารถรักษาได้ ก่อนใช้กัญชาแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ถึงแม้จะใช้กัญชารักษาแต่ก็ต้องรักษากับแพทย์ปัจจุบันควบคู่กันไปด้วย เพราะการรักษาด้วยกัญชานั้นเป็นเพียงอีกหนึ่งทางเลือกเท่านั้น สำหรับสนใจเรื่องราวของกัญชา อยากรู้ว่ากัญชามีสายพันธุ์อะไรบ้าง หรือนำกัญชาไปใช้ทางการแพทย์ได้อย่างไร สามารถติดตามอ่านบทความดี ๆ ได้ที่เว็บไซต์ Greenbird

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *